Closed System คืออะไร? วิธีเทรดแบบไม่ล้างพอร์ตที่มืออาชีพใช้

หลายคนคิดว่าการเทรดจะกำไรได้ ต้องอ่านกราฟเก่ง ต้องจับจังหวะให้แม่น หรือมีอินดี้ดี ๆ สักตัวแต่ในความเป็นจริงแล้ว…เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้ “กราฟ” แต่แพ้ “ความเสี่ยงที่จัดการไม่ไหว”
Closed System จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ มันคือระบบที่ออกแบบให้คุณเทรดแบบ “ไม่ล้างพอร์ต” แม้ตลาดจะวิ่งขึ้นลงผันผวนแค่ไหนก็ตาม และที่สำคัญคือ คุณทำกำไรได้ แม้จะไม่รู้ทิศทางราคา (Non-directional Trading)
หลักการ Closed System แบบง่ายที่สุด
เลือกสินทรัพย์ที่ไม่กลายเป็น 0
เช่น SET50, กองทุน, หุ้นใหญ่, ทองคำ
(เพราะถ้าสินทรัพย์เป็น 0 ระบบจะพัง ซึ่งทอง/SET50 โอกาสเกิดแทบไม่มี)กำหนดกรอบราคา 2 จุด
จุดสูงสุด ที่เราจะทยอยขาย
จุดต่ำสุด ที่จะทยอยซื้อ
(ปลอดภัยที่สุดคือจุดต่ำสุดใกล้ “0 แบบเป็นไปไม่ได้”)แบ่งเงินเป็นไม้ย่อย
ดูว่าเงินทั้งหมดเราสามารถแบ่งได้กี่ไม้ เช่น 10 ไม้, 20 ไม้
แล้วยิงไม้ตามราคาแบบ “ถูกซื้อมาก – แพงขายมาก”ยิ่งราคาเหวี่ยง เรายิ่งได้ Cashflow
ระบบนี้ไม่ได้หวังราคาต้องขึ้น
เพราะ ขึ้นเราขาย – ลงเราซื้อ ได้กำไรจากการแกว่งตัวถ้าราคาตกถึงจุดต่ำสุดที่กำหนด พอร์ตก็ยังไม่เจ๊ง
เพราะเรามีCashflow เก็บสะสมมาตลอดทาง
ทำให้จุดคุ้มทุน (Breakeven) ต่ำลงเรื่อย ๆ
ข้อดีของ Closed System
ยิ่งตลาดผันผวนมากเราจะสร้างกระแสเงินสดได้มาก (เหมาะสำหรับสินทรัพย์ที่มีความผันผวน เช่น Gold, Crypto Currency)
เสี่ยงต่ำมาก เพราะเราคุมกรอบราคาได้
รายได้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะรูปแบบ Grid Trading ยิ่งเหมาะกับ Closed System
ข้อเสียของ Closed System
สำหรับมือใหม่ ไม่ควรใช้ระบบนี้กับตลาดอนุพันธ์ (Derivative) เช่น Futures, CFDs
ต้องมีเงินครบตามจำนวนไม้ ไม่เหมาะสำหรับคนทุนน้อยมาก
ถ้ากรอบราคากำหนดผิด หรือสินทรัพย์เกิดวิกฤตจริง มีโอกาสพอร์ตพังได้
ไม่รวย การเทรดแบบ Close System เป็นการเทรดชนิดที่สร้างกระแสเงินสด (Beta) หมายความว่าเราจะได้ผลตอบแทนไม่มากไปกว่าตลาดเวลาขึ้น แต่เวลาตลาดลงเราจะไม่เสียเยอะเช่นกัน
การตั้งโซนราคา (สำคัญที่สุดของระบบนี้)
ใช้เครื่องมือ Volume Profile ใน TradingView เพื่อดูว่า
โซนที่มี Volume หนาแน่น หมายถึงโซนที่ราคาส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่
โซนที่ Volume เบาบาง ควรหลีกเลี่ยง เพราะเป็นจุดที่ไม่ค่อยเกิดการผันผวนไม่ควรเทรดในโซนนี้
นี่คือวิธีที่กองทุนใช้เพื่อหา “กรอบความปลอดภัย” ก่อนตั้งระบบ Closed System เปรียบเสมือนการกำหนดจุดยุทธ์ศาสตร์
หลักการสำคัญของ Closed System
หาจุดปลอดภัย โดยใช้ Volume Profile
***มองตลาดเป็นโซน ไม่ใช่เป็นแท่งเทียน
POC (Point of Control - เส้นสีขาวแนวนอน): เป็นจุดที่มีการซื้อขายหนาแน่นที่สุด (Fair Price)
HVN (High Volume Node - กองภูเขาวอลลุ่ม): เป็นโซนที่ผันผวนที่สุดเนื่องจากส่วนใหญ่ราคามักจะไปกระจุกตัวอยู่ (ใช้กลยุทธ์ของเราในโซนนี้) ***
LVN (Low Volume Node - ช่องว่างวอลลุ่ม): เป็นจุดที่ควรหลีกเลี่ยงในการกำหนดโซน เนื่องจากเป็นจุดที่เกิดความผันผวนน้อย
2) KZM Killing Zone Method (แกนหลักของระบบ) หลักคือ
รอให้ราคา “กลับเข้าโซน”
ไม่ไล่ราคา
ไม่ตาม Breakout
ไม่เข้าในพื้นที่ที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
ลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นได้มากกว่า 70%
3) ใช้ Lot ตามทุนจริง ราคาทองอยู่ราว 4,050$–4,150$
Contract Size
1 lot = 100 oz
0.1 lot = 10 oz
0.01 lot = 1 oz
ทุนขั้นต่ำที่เหมาะสม
ตัวอย่างการเทรดทองคำจริง
1. การกำหนดโซนที่ได้เปรียบและจุดเข้า-ออก
โซนที่ได้เปรียบ 3,960 ถึง 4,100
จุดเข้า-ออก คือ ของกลยุทธนี้ คือ ทุกๆ 10$ หรือ 1,000 จุด (เส้นประในรูป)
หลังจากนี้จะเป็นการอธิบายว่าเราจะทำกำไรได้ยังไง
สมมติให้ราคาเริ่มต้นที่ 4,030 และมีการเคลื่อนไหวแบบสลับขึ้นลง:
ราคาเคลื่อนที่ลง:
เปิดออเดอร์ที่ 1: ราคาวิ่งลงถึง 4,020 Buy Order (0.01 lot) ถูกเปิด (ออเดอร์ 1)
ทำกำไร: ราคาดีดกลับขึ้นไปถึง 4,030 Buy Order 1 ปิดทำกำไร
กำไรที่ได้รับ: (4,030 - 4,020) x 1,000 จุด x 0.01 lot = 10$
ราคาเคลื่อนที่ลงต่อ:
เปิดออเดอร์ที่ 2: ราคาวิ่งลงถึง 4,010 Buy Order (0.01 lot) ถูกเปิด (ออเดอร์ 2)
ทำกำไร: ราคาดีดกลับขึ้นไปถึง 4,020 Buy Order 2 ปิดทำกำไร
กำไรที่ได้รับ: (4,020 - 4,010) x 1,000 จุด x 0.01 lot = 10$
ราคาเคลื่อนที่ขึ้น:
เปิดออเดอร์ที่ 3: ราคาวิ่งขึ้นถึง 4,040 Sell Order (0.01 lot) ถูกเปิด (ออเดอร์ 3)
ทำกำไร: ราคาตกลงมาถึง 4,030 Sell Order 3 ปิดทำกำไร
กำไรที่ได้รับ: (4,040 - 4,030) x 1,000 จุด x 0.01 lot = 10$
ราคาเคลื่อนที่ขึ้นต่อ:
เปิดออเดอร์ที่ 4: ราคาวิ่งขึ้นถึง 4,050 Sell Order (0.01 lot) ถูกเปิด (ออเดอร์ 4)
ทำกำไร: ราคาตกลงมาถึง 4,040 Sell Order 4 ปิดทำกำไร
กำไรที่ได้รับ: (4,050 - 4,040) x 1,000 จุด x 0.01 lot = 10$
สรุป:
ทุกๆ ครั้งที่ราคาเคลื่อนที่ผ่านระดับ Grid และกลับตัวไปถึงระดับ Take Profit จะมีการทำกำไร 10$
Grid Trading จะสร้างรายได้จากการเคลื่อนไหวของราคาที่สลับขึ้นลง (Sideways/Ranging) ภายในช่วงที่กำหนด ยิ่งราคาวิ่งขึ้นลงสลับไปมาถี่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีการเปิด-ปิดออเดอร์และทำกำไรสะสมไปเรื่อยๆ
FAQ (คำถามพบบ่อย)
Q: Closed System ใช้กับคู่เงินอื่นได้ไหม?
ได้ แต่ทองเหมาะที่สุดเพราะโซนชัด
Q: ต้องมีทุนเท่าไหร่ถึงจะเริ่มได้?
เริ่มที่ 300–500$ แต่ยิ่งทุนมาก ระบบยิ่งนิ่ง
Q: ระบบนี้กันล้างพอร์ต 100% ไหม?
ไม่มีระบบไหนกันได้ 100% แต่ลดความเสี่ยงล้างพอร์ตได้ 80–90%
Q: ต้องเทรดทุกวันไหม?
ไม่จำเป็น เทรดเฉพาะวันที่ “ตลาดให้โอกาสจริง ๆ”
Closed System คือ ระบบการลงทุนแบบปิดความเสี่ยง ที่ตั้งกรอบราคาไว้ชัดเจนตั้งแต่เริ่ม และทำกำไรแบบ Cashflow ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
Closed System ไม่ใช่กลยุทธ์มหัศจรรย์อะไร แต่มันคือ แนวคิดบริหารความเสี่ยงที่ออกแบบมาเพื่อให้คนธรรมดาอยู่ในตลาดได้อย่างมืออาชีพ และยิ่งยุคตลาดเหวี่ยงหนักแบบปี 2025 ระบบนี้ยิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าคุณอยากตั้งระบบให้พอร์ต “รอดก่อนโต” แนะนำลองเข้าไปดูคอร์สที่เว็บไซต์ AllFXAcademy.com ได้เลยนะคะ