Zone คืออะไร? ต่างจากเส้นยังไง (คู่มือพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเทรด)

Zone คืออะไร? ต่างจากเส้นยังไง (คู่มือพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเทรด)


ทำไมนักเทรดยุคนี้ไม่ตีเส้น แต่ตี "โซน"?

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ คุณอาจเคยทำแบบนี้…ลาก “เส้นเดียว” เป็นแนวรับ–แนวต้าน แต่พอราคามาแตะเส้นปุ๊บ…ไม่เด้ง! ลงต่อเฉยเลย หรือบางครั้งก็เด้งก่อนถึงเส้นนิดเดียว ทำให้เข้าไม่ทัน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบของคุณ แต่เพราะ ราคาไม่ได้วิ่งเป็นเส้น แต่เป็น "พื้นที่" นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนักเทรดมืออาชีพ และกองทุน จึงใช้ Zone (โซนราคา) ไม่ใช่เส้นเดียวแบบคลาสสิก

Zone คือพื้นที่ที่ราคาเกิดแรงซื้อหรือแรงขายจริง ๆ ไม่ใช่แค่จุดเดียวบนกราฟ

Zone คืออะไร?

Zone (โซนราคา) คือ "กล่อง" ที่เราใช้ขีดครอบบริเวณสำคัญ เช่น
• จุดที่ราคาพุ่งขึ้นแรง (Demand)
• จุดที่ราคาถูกเทขายแรง (Supply)
• พื้นที่ที่เกิดการสะสมพลัง (Accumulation)
• พื้นที่ที่เกิดการกระจายแรงขาย (Distribution)

พูดง่าย ๆ คือ…Zone = พื้นที่ที่ตลาดให้ความสำคัญ

จุดเด่นของการตีเป็น “กล่อง” คือมันเผื่อระยะการเคลื่อนไหวของราคา เพราะในโลกความจริงไม่มีใครซื้อ/ขายพร้อมกันเป๊ะ 1 จุด แต่จะเกิดการทำงานเป็น “ช่วงราคา”

แล้ว Zone สำคัญกว่าการตีเส้นยังไง?

1) ราคาไม่เคยแตะเส้นตรง ๆ

มือใหม่มักลากเส้นเดียว เช่น 1.0500 แล้วรอให้แตะ แต่พอราคาแตะ 1.0508…ดีด! ไม่ถึงเส้นที่ลาก พลาดไม้ดี การตีเป็นกล่องช่วยให้คุณจับ “ช่วงราคา” ได้แม่นกว่าเส้น

2) Zone บอก “แรงซื้อ–ขาย” ได้ชัดกว่า

เส้นไม่สามารถบอกว่าแรงซื้อแรงขายเกิดขึ้นตรงไหน แต่โซนสามารถบอกได้ว่า

  • ฝั่งผู้ซื้อสะสมตรงไหน

  • ฝั่งผู้ขายกระจายแรงตรงไหน

  • พื้นที่ไหนเกิดการกลับตัวแบบตั้งใจ (Intentional Move)

3) Zone ใช้กับกลยุทธ์ระดับมืออาชีพ เช่น

  • Smart Money Concept (SMC)

  • Order Block (OB)

  • Supply & Demand

  • FVG

  • Imbalance

ทุกระบบล้วนใช้ “โซน” ไม่ใช่เส้น

Zone มีกี่แบบ? (แบบที่ใช้กันจริงในตลาด)

1) Demand Zone

จุดที่ราคาเด้งขึ้นแรง มีแรงซื้อเข้ามาเยอะ เหมาะสำหรับหา “จุดเข้า Buy”

2) Supply Zone

จุดที่ราคาถูกเทขาย มีแรงขายมาก เหมาะสำหรับหา “จุดเข้า Sell”

3) Flip Zone

จุดที่จากแนวรับกลายเป็นแนวต้าน หรือจากแนวต้านกลายเป็นแนวรับ เป็นจุดกลับตัวที่แม่นยำมาก

4) Order Block Zone

โซนแท่งเทียนสุดท้ายก่อนราคาพุ่งขึ้น/ลง เป็นเทคนิคที่กองทุนใช้จริงในการหาจุดเข้า

5) Rejection Zone

พื้นที่ที่ราคาเคยเด้งกลับหลายครั้ง เป็นระดับที่ตลาดให้ความสำคัญจริง

วิธีตี Zone แบบง่ายสำหรับมือใหม่

ขั้นตอนที่ 1: มองหาจุดที่ราคาพุ่งแรง (Strong Move)

ถ้ามีแท่งยาว ๆ เด้งขึ้นหรือร่วงลงแรง นั่นคือจุดกำเนิดของโซน

ขั้นตอนที่ 2: หา "ฐานราคา" (Base)

ดูว่าก่อนเด้งแรง ราคาสร้างฐานตรงไหน เช่น Sideway 3–5 แท่ง

ขั้นตอนที่ 3: ลากเป็นกล่องครอบฐาน

ลากกรอบที่รวมจุดสูงสุดและต่ำสุดของฐานนั้น

ขั้นตอนที่ 4: รอราคากลับมาทดสอบ (Retest)

โซนที่ดีคือโซนที่ราคากลับมาเคารพอีกครั้ง เช่น

  • กลับมาแตะ Demand  เด้ง

  • กลับมาแตะ Supply  ร่วง

นี่คือจุดเข้าไม้ที่ปลอดภัยที่สุด

ตัวอย่างการใช้งาน Zone กับทองคำ (XAUUSD)

ในช่วงปี 2025 ทองคำดีดขึ้นแรงจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ และสร้าง Demand Zone สำคัญบริเวณ 4,000$ – 4,020$

เมื่อราคากลับลงมาแตะโซนนี้อีกครั้ง เกิดแท่ง Bullish Pin Bar ชัดเจน ก่อนดีดขึ้นกว่า +200 จุด

นี่คือจังหวะ Buy แบบ textbook ของ Zone Trading เลยค่ะ! เพราะราคา “กลับมาเก็บออเดอร์” ใน Demand Zone ก่อนออกแรงขึ้นอีกครั้งตามเทรนด์ใหญ่

FAQ – คำถามที่เจอบ่อยมาก

Q: ต้องตี Zone บนทุก Timeframe ไหม?

A: ไม่จำเป็นค่ะ แนะนำใช้ 3 TF หลัก: H4, H1, M15

Q: ทำไมตีโซนแล้วบางครั้งไม่เด้ง?

A: เพราะโซนนั้นถูก "กินแรง" ไปแล้ว ตลาดใช้แรงจากโซนนั้นหมดแล้ว

Q: Zone กับ Order Block ต่างกันไหม?

A: OB เป็นรูปแบบหนึ่งของ Zone แต่โซนคือภาพรวมใหญ่กว่า

Zone คือพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเทรดจริง

Zone ไม่ใช่แค่กล่อง…แต่มันคือ “ตัวแทนพฤติกรรมตลาด”

  • คนซื้ออยู่ตรงไหน

  • คนขายซ่อนอยู่จุดไหน

  • ราคาเคยเด้งจากตรงไหน

  • มีแรงดันสะสมตรงไหน

การตีโซนให้แม่นคือทักษะที่ทำให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ “เห็นตลาดแบบเดียวกับรายใหญ่”

อยากตี Zone แบบแม่นยังกะโปร เราแนะนำคอร์สที่เหมาะสุดใน AllFXAcademy

⭐ ZoneLock Method – ล็อกโซนราคาเป๊ะ ด้วย Demand/Supply + Fibo

⭐ Price Action Mastery – ดูเทรนด์และโซนแบบกองทุนใช้จริง

เรียนครบ 2 ตัวนี้ = เข้าใจ Zone แบบลึกและใช้งานได้จริงทันที 💛