Forex ทำงานยังไง? เข้าใจตลาดใน 10 นาที
มือใหม่อยากรู้ว่า Forex ทำงานยังไงกันแน่? บทความนี้อธิบายแบบง่ายที่สุดว่าใครคือผู้ทำให้ราคาขึ้นลง ระหว่างธนาคาร สถาบัน และเทรดเดอร์รายย่อย พร้อมตัวอย่างจริงที่ทำให้คุณเข้าใจพื้นฐานตลาด Forex ภายใน 10 นาที
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเทรด Forex สิ่งแรกที่หลายคนมักสงสัยคือ “ตลาดนี้มันทำงานยังไง? ใครเป็นคนกดราคา? ทำไมราคาวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง?”
ความจริงคือ ตลาด Forex ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยรายย่อยอย่างเราเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนโดย เงินทุนขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น
ธนาคารกลาง
ธนาคารพาณิชย์
กองทุน Hedge Fund
บริษัทระดับโลกที่ต้องแลกเงินกันเป็นประจำ
เราแค่ “ว่ายตามน้ำ” ของผู้เล่นตัวจริงในตลาดเท่านั้น บทความนี้จะอธิบายแบบง่าย ๆ ว่า Forex ทำงานอย่างไร ใครเป็นตัวขับเคลื่อนราคา และเพราะอะไรข่าวบางอย่างถึงทำให้ตลาดเหวี่ยงจน SL แตกเป็นแถว
ธนาคารกลาง
ธนาคารพาณิชย์
กองทุน Hedge Fund
บริษัทระดับโลกที่ต้องแลกเงินกันเป็นประจำ
Forex คืออะไร?
Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange Market คือ “ตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินของโลก” ที่ทำให้
การนำเข้าสินค้า,
การส่งออกสินค้า,
การท่องเที่ยว,
การลงทุนข้ามประเทศ
สามารถเกิดขึ้นได้จริง ตลาดนี้เปิด 24 ชั่วโมง เพราะมีธนาคารจากทุกทวีปผลัดกันเปิดทำการ เริ่มจาก Sydney Tokyo London New York พูดง่าย ๆ คือ ตลาด Forex ทำงานเหมือน “ระบบเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก” เลยก็ว่าได้
การนำเข้าสินค้า,
การส่งออกสินค้า,
การท่องเที่ยว,
การลงทุนข้ามประเทศ
ใครคือคนทำให้ราคาขึ้น–ลงในตลาด Forex?
ตลาดไม่ใช่บ่อน ไม่มีใครตั้งใจ “หลอก” เทรดเดอร์รายย่อยโดยเฉพาะ แต่ราคาขึ้นลงเพราะผู้เล่นใหญ่มีเหตุผลต้อง “แลกเงิน” ปริมาณมหาศาล
1)ธนาคารกลาง (Central Banks) เช่น
FED (สหรัฐ)
ECB (ยุโรป)
BOE (อังกฤษ)
BOJ (ญี่ปุ่น)
กลุ่มนี้คือ “ผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดในตลาดการเงินโลก” แค่ ตั้งดอกเบี้ย หรือ พูดประโยคเดียว ก็ทำให้ราคาทองคำเหวี่ยงทีละ 40–60 เหรียญ ได้ง่าย ๆ (อิงความผันผวนปัจจุบันของ XAUUSD ที่แกว่งแรงกว่าเดิมมาก) เพราะ ดอกเบี้ย = มูลค่าของสกุลเงินโดยตรง
ดอกเบี้ยสูง ค่าเงินแข็ง ทองมักย่อลง
ดอกเบี้ยต่ำ ค่าเงินอ่อน ทองมักดีดขึ้น
นี่คือเหตุผลที่ทุกครั้งที่มีข่าว FOMC, CPI, NFP ตลาดทองคำถึง “เดือด” และเหวี่ยงรุนแรงเสมอ
FED (สหรัฐ)
ECB (ยุโรป)
BOE (อังกฤษ)
BOJ (ญี่ปุ่น)
ดอกเบี้ยสูง ค่าเงินแข็ง ทองมักย่อลง
ดอกเบี้ยต่ำ ค่าเงินอ่อน ทองมักดีดขึ้น
2) ธนาคารพาณิชย์ข้ามประเทศ (Commercial Banks) เช่น
JPMorgan
Citi
HSBC
ธนาคารพวกนี้ต้องแลกเงินเป็นประจำเพื่อชำระธุรกิจทั่วโลก การแลกเงินของพวกเขา มีจำนวนมากจนผลักราคาได้
JPMorgan
Citi
HSBC
3) กองทุน Hedge Fund / Prop Firm
กลุ่มนี้คือ “นักล่ากำไรตัวจริง” พวกเขาเทรดแบบมีระบบ มีข้อมูลเชิงลึก และมีทุนมากพอที่จะสร้างแรงสวิงในตลาด
4) บริษัทระดับโลก (Corporations)
บริษัททั่วโลกต้องแลกเงินเพื่อ
จ่ายเงินเดือนพนักงานในหลายประเทศ
ซื้อสินค้า
ส่งออกสินค้า
เป็นอีกกลุ่มที่ทำให้สกุลเงินเคลื่อนที่ตลอดเวลา
จ่ายเงินเดือนพนักงานในหลายประเทศ
ซื้อสินค้า
ส่งออกสินค้า
5) เทรดเดอร์รายย่อย (Retail Traders)
คือเรา ๆ นี่แหละ คิดเป็นแค่ 10–12% ของตลาดทั้งหมด ไม่มีผลต่อราคาเลย แต่ถูกสวิงของผู้เล่นใหญ่ลากอย่างชัดเจน
แล้วทำไมราคาถึงวิ่งตลอดเวลา?
เพราะโลกหมุนอยู่ตลอด ธุรกิจต้องเคลื่อนไหวตลอด การแลกเงินเกิดขึ้นตลอด สาเหตุที่ราคาวิ่ง คือ
ข่าวเศรษฐกิจ
การเมือง
เงินทุนไหลเข้า–ออก
ความต้องการแลกเงินของสถาบัน
การซื้อขายทองคำและน้ำมัน
การเก็งกำไรของกองทุน
ตลาด Forex คือ “ผลรวมของเงินมหาศาล” ที่ไหลเข้า–ออกในระบบเศรษฐกิจทุกวินาที
ข่าวเศรษฐกิจ
การเมือง
เงินทุนไหลเข้า–ออก
ความต้องการแลกเงินของสถาบัน
การซื้อขายทองคำและน้ำมัน
การเก็งกำไรของกองทุน
โครงสร้างราคาเกิดขึ้นได้ยังไง?
มือใหม่มักถามว่า “ตลาดใหญ่ขนาดนี้ ทำไมการวิเคราะห์เทคนิคถึงแม่นได้?” คำตอบคือ
1) ผู้เล่นใหญ่ทำตามพฤติกรรมเดิมซ้ำ
สถาบันจะมี Zone ซื้อ–ขายเฉพาะ
จึงทำให้เกิด
Supply Zone
Demand Zone
Liquidity Pool
Trend Structure
จึงทำให้เกิด
Supply Zone
Demand Zone
Liquidity Pool
Trend Structure
2) ราคาจะวิ่งเก็บสภาพคล่องเสมอ
ก่อนราคาจะขึ้นแรง มักวิ่งลงไปเก็บ Stop ก่อนราคาจะลง มักดันขึ้นไปเก็บ High ก่อน นี่คือสาเหตุที่ Price Action ยังใช้ได้ดีแม้ตลาดจะใหญ่ขนาดนี้
ตัวอย่างจริงราคาทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวยังไงตามข่าวเศรษฐกิจ
ตัวอย่าง ช่วงปลายปี 2025 ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบ 4,080$ – 4,110$ ก่อนประกาศข่าวสหรัฐ ตลาดมักทำแบบนี้เสมอ
ราคาเด้งขึ้นเพื่อ “เก็บด้านบน”
สร้าง High ใหม่เพื่อดึงสภาพคล่อง (Liquidity)
แล้วรอข่าวออกเพื่อกำหนดทิศจริง
หลังข่าวออก ราคาทองมักเหวี่ยง 40–60 เหรียญภายใน 5 นาที เพราะตลาดกำลัง “รีบปรับตัวเข้าหาความสมดุลใหม่” หลังข้อมูลใหม่ถูกปล่อยออกมา
นี่คือตัวอย่างชัดเจนว่า… ข่าวไม่ใช่แค่ “เลขที่ออกมาเท่านั้น” แต่เป็น ตัวเร่ง ที่ทำให้ผู้เล่นใหญ่จัดการคำสั่งซื้อ–ขายของตัวเอง ก่อนจะปล่อยให้ทิศทางจริงเกิดขึ้นในชาร์ตอย่างเป็นระบบค่ะ 📈
ราคาเด้งขึ้นเพื่อ “เก็บด้านบน”
สร้าง High ใหม่เพื่อดึงสภาพคล่อง (Liquidity)
แล้วรอข่าวออกเพื่อกำหนดทิศจริง
มือใหม่ต้องเข้าใจสิ่งนี้ให้ได้ก่อนเริ่มเทรด
1) ราคาไม่ได้วิ่งแบบสุ่ม แต่มีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง
เพียงแค่เรามองไม่เห็นว่า “ใครกำลังทำอะไรอยู่”
2) รายย่อยไม่ได้สร้างเทรนด์ แต่สถาบันทำ
เราต้องเรียนรู้ตามรอย ไม่ใช่ไปสู้กับเทรนด์
3) ข่าวมีผล แต่กราฟมักเคลื่อนก่อนข่าวเสมอ
นี่คือเหตุผลที่ต้องดูทั้งข่าว + เทคนิคควบคู่กัน
4) การเข้าใจโครงสร้างตลาด จะช่วยให้ไม่หลงทาง
Market Structure คือภาษากลางของตลาดจริง ๆ
FAQ – คำถามพบบ่อย
Q1: ต้องเรียนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเทรดไหม?
ไม่จำเป็น แต่ควรเข้าใจภาพรวมว่าดอกเบี้ยกับค่าเงินสัมพันธ์กันยังไง
Q2: ทำไมข่าวบางวันกราฟเงียบ แต่บางวันเหวี่ยงแรง?
เพราะบางข่าว “เปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ย” ของตลาด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเงิน
Q3: รายย่อยกับสถาบันเทรดต่างกันยังไง?
รายย่อยเทรดเพื่อเก็งกำไร สถาบันเทรดเพราะจำเป็นต้องแลกเงินจริงในระบบเศรษฐกิจ
ตลาด Forex คือระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเพราะโลกต้อง “แลกเปลี่ยนเงิน” ตลอดเวลา ราคาจึงถูกขับเคลื่อนด้วยเงินทุนมหาศาลของธนาคาร สถาบัน และกองทุน
เมื่อเข้าใจว่า ใครทำให้ราคาวิ่ง และเพราะอะไรตลาดถึงเหวี่ยง คุณจะอ่านกราฟได้แม่นขึ้น และเทรดโดยไม่หลงทางเหมือนเมื่อก่อน
👉 หากอยากเข้าใจตลาดแบบลึกขึ้น เราแนะนำคอร์สพื้นฐานจาก All Academy
Price Action Masterclass
Fund Management System
ZoneLock Method – จับโซนเหมือนสถาบัน
Smart Risk & Equity Control
Price Action Masterclass
Fund Management System
ZoneLock Method – จับโซนเหมือนสถาบัน
Smart Risk & Equity Control
